Week 3: Blind Spot

by Mickey
241 views

สำหรับใครที่คิดว่าหนังสั้นที่จะไปได้ไกลในเวทีระดับนานาชาติจะต้องมีเรื่องใหญ่ โปรดักชันใหญ่ หรือสร้างโลกที่ซับซ้อน วันนี้เราอยากพาไปดู BLIND SPOT ผลงานของทีม Vitascope จากการแข่งขัน 48 Hour Film Project Buffalo ปี 2021 ซึ่งเริ่มต้นจากเรื่องราวเล็กๆที่เกิดขึ้นในเมือง แต่สุดท้ายสามารถคว้ารางวัล Best Film ของ Buffalo และเดินทางไปถึง Second Best Film ที่ Filmapalooza 2022

ทำไมเราควรสนใจ Blind Spot (2021)

ในการแข่งขัน 48 Hour Film Project Buffalo 2021 ทุกทีมได้รับโจทย์บังคับดังนี้

1.) ตัวละครบังคับ: Justin หรือ Justine Fitch ซึ่งมีอาชีพเป็นช่างประปา
2.) สิ่งของบังคับ: ลูกบอล
3.) คำพูดที่ต้องใช้: “Honesty is the best policy.” หรือ “ความซื่อสัตย์คือนโยบายที่ดีที่สุด”

           หนังเป็นผลงานของทีม Vitascope จาก 48 Hour Film Project Buffalo ปี 2021 กำกับโดย Travis Carlson ความยาวประมาณ 6 นาที เป็น Thriller ที่เล่าเรื่องผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งติดอยู่ท่ามกลางการจราจรในเมือง ก่อนจะพบชายขอทานคนหนึ่งเดินตรงมาที่รถของเธอ เหตุการณ์ธรรมดาๆ ค่อยๆ ถูกเปลี่ยนเป็นสถานการณ์ที่สร้างความระแวงและความกลัวขึ้นมา โดยตัวหนังใช้คำว่า “Blind Spot” ทั้งในความหมายตรงๆ ของจุดที่คนขับมองไม่เห็น และในความหมายของสิ่งที่เราเลือกหรือเผลอ “มองไม่เห็น” ในชีวิตประจำวัน

หลังจากการแข่งขัน BLIND SPOT ได้รับรางวัล Best Film, Best Directing, Best Acting Ensemble และ Audience Favorite Group B ทำให้หนังเรื่องนี้ได้เป็นตัวแทนของ Buffalo ไปแข่งขันกับผู้ชนะจากเมืองต่างๆทั่วโลกที่ Filmapalooza 2022 และคว้า Second Best Film ที่ Filmapalooza 2022

แต่สิ่งที่น่าสนใจของ BLIND SPOT ไม่ใช่เพียงว่าหนังได้รับรางวัลอะไรบ้าง แต่อยู่ที่การนำ Concept ง่ายๆเพียงคำเดียว มาใช้ควบคุมวิธีเล่าเรื่องเกือบทั้งหมด

ความหมายของ BLIND SPOT

        คำว่า Blind Spot ในความหมายตรงตัวคือจุดที่ผู้ขับรถไม่สามารถมองเห็นได้จากกระจก หนังนำแนวคิดง่ายๆนี้มาใช้สร้างความระแวง โดยทำให้ข้อมูลที่คนดูเห็นกับสิ่งที่ตัวละครมองเห็นไม่เท่ากัน บางครั้งเรารู้ว่ามีใครบางคนอยู่ใกล้รถ แต่ตัวละครกลับไม่รู้ว่าเขาอยู่ตรงไหน หรือสิ่งที่เพิ่งอยู่ในสายตาก็หายออกไปจากมุมมอง วิธีนี้ทำให้หนังสามารถสร้าง Suspense ได้โดยไม่ต้องพึ่งสัตว์ประหลาด VFX หรือโลเคชั่นจำนวนมาก แต่ใช้เพียงการควบคุมมุมมองของคนดูและตัวละครให้เกิดความรู้สึกไม่ปลอดภัย

        แต่คำว่า Blind Spot ในเรื่องนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงจุดอับสายตาของรถเท่านั้น หนังยังพูดถึงสิ่งที่เราเห็นอยู่ในชีวิตประจำวันแต่เลือกที่จะไม่ให้ความสนใจ โดยเฉพาะการใช้ชีวิตในเมืองที่เราต้องเดินหรือขับรถผ่านผู้คนและเหตุการณ์จำนวนมากทุกวัน บางสิ่งอาจเกิดขึ้นอยู่ตรงหน้าเรา แต่เพราะเรารีบหรือสนใจเฉพาะสิ่งที่เกี่ยวข้องกับตัวเอง สิ่งเหล่านั้นจึงกลายเป็นเพียงฉากหลังที่เรามองผ่านไป

         ตรงนี้ทำให้ชื่อ BLIND SPOT ทำงานได้ทั้งในระดับของเหตุการณ์และความหมายของหนัง จุดอับสายตาไม่ได้มีเพียงพื้นที่ที่สายตามองไม่เห็น แต่ยังหมายถึงสิ่งที่เราเห็นอยู่แล้วแต่ไม่เคยหยุดมองมันจริงๆ หนังจึงใช้สถานการณ์เล็กๆรอบรถและถนนมาขยายเป็นคำถามว่า ในแต่ละวันมีอะไรบ้างที่อยู่ตรงหน้าเรา แต่เราเลือกปล่อยให้มันผ่านไปโดยไม่สนใจ

ทำไมหนังเรื่องนี้จึงโดดเด่น

             สิ่งที่ BLIND SPOT ทำได้ดีคือการมี Concept ที่ชัด แล้วให้องค์ประกอบต่างๆของหนังช่วยกันสนับสนุนแนวคิดเดียวกัน ตั้งแต่ชื่อเรื่อง สถานการณ์ การถ่ายภาพ การกำกับ ไปจนถึงการใช้พื้นที่ในเมือง หนังควบคุมข้อมูลที่คนดูและตัวละครมองเห็นไม่เท่ากัน จึงสามารถสร้างความระแวงได้โดยไม่ต้องใช้เหตุการณ์ใหญ่หรือโปรดักชันที่ซับซ้อน ขณะเดียวกันคำว่า Blind Spot ยังเชื่อมไปถึงสิ่งที่มนุษย์มองข้ามในชีวิตประจำวัน ทำให้ชื่อเรื่องไม่ได้เป็นเพียงชื่อที่ตั้งขึ้นมาให้เข้ากับเหตุการณ์ แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของความหมายของหนังด้วย

          BLIND SPOT มีความยาวประมาณ 6 นาที หนังจึงเลือกเล่าเหตุการณ์หลักเพียงเรื่องเดียวและค่อยๆเพิ่มแรงกดดันจากสถานการณ์นั้น แทนที่จะใส่ตัวละครจำนวนมาก Backstory หรือปัญหาหลายชั้น ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีของหนังสั้นที่รู้ว่าตัวเองต้องการเล่าอะไร เมื่อคนดูเข้าใจสถานการณ์ตั้งแต่ต้น หนังสามารถใช้เวลาที่เหลือไปกับการสร้างอารมณ์และความตึงเครียดได้เต็มที่ โดยไม่ต้องเสียเวลาอธิบายข้อมูลที่ไม่จำเป็น

         อีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจคือการใช้เมือง Buffalo เป็นส่วนหนึ่งของหนัง โดยถ่ายทำบริเวณ Main Street และ Theater District สภาพแวดล้อมจริงอย่างถนน รถ อาคาร ทางเท้า และผู้คนจึงกลายเป็น Production Value โดยที่ทีมไม่จำเป็นต้องสร้างฉากขึ้นมาใหม่ วิธีคิดแบบนี้สามารถนำมาใช้กับการทำหนังในกรุงเทพฯได้เช่นกัน เพราะซอย ตลาด อาคารเก่า รถเมล์ รถไฟ ร้านค้า หรือพื้นที่ที่เราเห็นจนชินตา อาจกลายเป็นส่วนสำคัญของเรื่องได้ หากเรารู้ว่าจะใช้สถานที่นั้นช่วยสร้างบรรยากาศและเล่าเรื่องอย่างไร

รางวัลที่ได้รับ

ในการแข่งขัน 48 Hour Film Project Buffalo 2021 BLIND SPOT ได้รับรางวัล Best Film, Best Directing, Best Acting Ensemble และ Audience Favorite Group B ก่อนจะได้เป็นตัวแทนของ Buffalo ไปแข่งขันกับผู้ชนะจากเมืองต่างๆทั่วโลกที่ Filmapalooza 2022 และคว้า Second Best Film กลับมา

รางวัลเหล่านี้สะท้อนว่าจุดแข็งของหนังไม่ได้อยู่ที่องค์ประกอบใดองค์ประกอบหนึ่ง แต่เกิดจากการที่การกำกับ การแสดง สถานการณ์ และ Concept ของเรื่องทำงานไปในทิศทางเดียวกัน จนหนังสามารถสื่อสารกับทั้งกรรมการและผู้ชมได้อย่างชัดเจน

เราเรียนรู้อะไรจาก BLIND SPOT

        BLIND SPOT แสดงให้เห็นว่าหนังสั้นไม่จำเป็นต้องเริ่มจากเรื่องที่ใหญ่หรือซับซ้อน สิ่งสำคัญกว่าคือการมี Concept ที่ชัดและรู้ว่าจะใช้ทุกองค์ประกอบของหนังสนับสนุนมันอย่างไร หนังเริ่มจากแนวคิดง่ายๆเรื่อง Blind Spot แล้วนำไปต่อยอดเป็นทั้งสถานการณ์ วิธีสร้างความระแวง การใช้มุมมองของตัวละคร และความหมายเกี่ยวกับสิ่งที่มนุษย์มองข้ามในชีวิตประจำวัน

     จากหนังประมาณ 6 นาทีที่สร้างขึ้นในการแข่งขันที่ Buffalo เรื่องนี้สามารถคว้า Best Film ของเมือง ก่อนจะไปถึง Second Best Film ที่ Filmapalooza 2022 สิ่งที่น่าสนใจจึงไม่ใช่ว่าหนังพยายามทำให้เรื่องใหญ่แค่ไหน แต่คือการที่ทีมรู้ชัดว่ากำลังเล่าอะไร และทำให้ทุกส่วนของหนังช่วยกันเล่าเรื่องเดียวกัน

You may also like

Need Help? Chat with us
M
Mickey
Typically replies within a day
I usually respond around 4pm of each day. สวัสดีครับผมปกติจะตอบกลับประมาณหลังบ่าย3 เป็นต้นไป
Focus Mode