เดือนนี้แล้วสินะครับที่เราเปิดรับสมัครราคา Early Bird ซึ่งเป็นราคาพิเศษแบบที่คนไทยเรียกว่า soft opening หรือตั๋วราคาจองก่อนเริ่มงาน ซึ่งขณะนี้ทางผู้จัดก็กำลังโปรโมตงานผ่านเครือค่ายภาพยนตร์และสถาบันการศึกษาซึ่งหากนักศึกษาคนไหนต้องการสมัครราคาพิเศษ รบกวนให้ทางสถาบันของน้องๆติดต่อกลับ
Blog 1
สัปดาห์นี้เราจะพูดถึง Scope หนังที่เราต้องการเห็น ซึ่งหลายคนพอเห็นว่างานประกวดเราเป็นงานประกวดนานาชาติ ที่จะลงในงาน Cannes หลายคนจะคิดว่าต้องเป็นแนว Michael Bay หรือต้องเป็น Ang Lee ซึ่งบัทเจ็ทต้องเป็นงบประมาณระดับกระทรวงอะไรสักอย่าง เราขอบอกเลยว่าเราไม่ได้หางานอะไรแบบนั้น สิ่งที่เราต้องการประมาณ4-7นาที เนื้อหาจะเล่าเรื่องประมาณว่าใคร เจอเหตุการณ์ปัญหาอะไร แล้วตอนจบเป็นยังไง แล้วทีมคุณได้ใส่คำพูดหรือสิ่งของที่คุณจับฉลากได้ตอนวันศุกร์หรือเปล่า หากคุณทำงานในสายการเล่าเรื่อง คุณย่อมมีเนื้อหาอะไรอยู่ในใจอยู่แล้ว การที่คุณมีไอเดียแล้วมาปรับหน้างานหรือเปลี่ยนในวินาทีแทบสุดท้ายมันคือสิ่งที่คนในสาขานิเทศศาสตร์ทำเป็นปกติ เพราะเราคือสายงานที่เอาความสามารถมาแสดงผลงาน
สัปดาห์นี้จะแนะนำเรื่อง Rotary จากสหรัฐอเมริกา จากเมืองซาวันน่า ในรัฐจอเจียโดยทีมได้รับโฉทย์จากวันจับฉลาก
1.) Genre: Sci-Fi
2.) สิ่งของ: กระดาษชำระ
3.) ตัวละครบังคับ: ผู้พิพากษา
4.) คำพูดที่ต้องใช้: “I want to say yes, but no
เนื้อหาของเรื่องนี้จะกล่าวถึงโทรศัพท์แบบแป้นหมุนสมัยก่อน หรือที่คนต่างชาติเรียกโทรศัพท์โรตารี่ โดยโทรศัพท์นี้จะสามารถท่องเที่ยวไปยังอดีตความทรงจำต่างๆของคนที่หมุน โดยในเรื่องจะกล่าวถึงแอนหลังจากที่ถูกศาลสั่งให้ย้ายออกจากบ้านภายในเวลา24ชั่วโมง ซึ่งตัวของแอนใช้โทรศัพท์ดังกล่าวท่องเที่ยวไปในอดีตก่อนที่เราจะรู้ทีหลังว่าบางครั้งเราก็ทำดีที่สุดในวันที่เราไม่เหลือใครเคียงข้าง
ทำไมถึงได้รับรางวัล
หนังเรื่องนี้ใช้ตัวละครเพียง 6 คน โดยมี
1. แอนตัวหลัก 2.ซีซี่ (น้องสาว) 3. แม่ 4. ผู้พิพากษา 5. แอน(เด็ก) 6. ซีซี่(เด็ก)
ส่วนโลเคชั่นใช้
1.) ห้องใต่สวน 2.) ฉากหน้าบ้าน 3.)ฉากในบ้านด้านทางเข้า 4.)ห้องครัว 5.)ฉากหน้าบ้านประตูด้านหลัง 6.) ห้องนอน 7.) ห้องน้ำ
บทพูดน้อย ให้การแสดงนำ เนื่องจากมีเวลาจำกัดจึงไม่สามารถอธิบายเรื่องราวได้หมด ซึ่งหากใครเรียนวิชาการทำบทละครหรือภาพยนตร์จะรู้ว่าละครเน้นบทพูดเนื่องจากมีเวลาการเล่าเรื่องมากกว่าภาพยนตร์ โดยวิชาการเขียนบทจะกล่าวถึงว่า 1.) ตัวละคร (Character) จะเล่าเรื่องโดยมี 2.) Setting เช่น ยุคหรือสถานที่ ที่นำเรื่องไปยัง 3.)สถานะการของปัญหาที่ตัวละครเผชิญ เพื่อเล้าเรื่อง (plot) โดยเราจะเล่าเรื่องของตัวละครว่าจะเผชิญปัญหายังไงแล้ว 4.) ปัญหาที่เกิดขึ้น (Conflict) ตัวละครจะเผชิญยังไงแล้วจะทำยังไงกับปัญหานี้ 5.ฉากสรุปของตัวละครและปัญหาว่าจะจบยังไง
โดยเรื่อง Rotary นี้ได้เล่าถึง แอน โดยที่ตอนเริ่มเรื่องเราได้เห็นว่าแอนโดนผู้พิพากษาสั่งให้ย้ายออกภายใน 24 ชั่วโมง ซึ่งใช้เวลาเพียง1นาที บอกถึงตัวละครและปัญหาที่ต้องเจอ แต่เรายังไม่รู้ว่าหนังจะเป็นแนวดราม่าหรือแนว sci-fi จนกระทั่งแอนมาถึงที่บ้านและหมุดแป้นโทรศัพท์
เมื่อแอนหมุนโทรศัพท์ย้อนอดีต เราก็จะพบกับซีซี่ โดยน้องสาวที่ถามถึงปัญหาการเงินที่รัฐจะมายึดบ้านของทั้งสอง โดยที่เราไม่รู้ว่าโทรศัพท์จะหมุนไปอนาคตหรือมันคือไทม์แมชีนหรือเนื้อจะเกี่ยวกับเปลี่ยนอนาคต ซึ่งพอเราดูเนื้อหาไปเรื่อยๆ ซีซีก็ถามว่าทำไมแอนไม่ดูเหมือนเฉยเมยกับการที่ถูกรัฐไล่ออกจากบ้านของเธอ ซึ่งแอนก็บอกว่าสถานที่นี้ก็มีความทรงจำเลวร้าย ซึ่งแอนก็หมุนไปความทรงจำที่ซีซี่กรีดแขนตนเอง ทำให้ซีซี่เห็นอนาคตของตนเองว่าแอนมาจากอนาคตที่เธอไม่มีชีวิตอยู่แล้ว เธอกล่าวคำลาก่อนเดินจากไป โดยฉากจบจะเป็นภาพเช้าวันต่อมาที่แอนต้องออกจากบ้าน โดยแอนมองมาที่โทรศัพท์
ฉากจบที่บรรยายแค่การมอง
ในเรื่อง Rotary จะกล่าวถึงโทรศัพท์วิเศษที่สามารถย้อนอดีตได้ แต่เมื่อมาถึงจุดสุดท้ายของเรื่อง เราจะตั้งคำถามว่าโทรศัพท์มันดีจริงเหรอ เมื่อถึงจุดที่เราต้องเผชิญกับโลกแห่งความเป็นจริงที่โหดร้าย จริงอยู่ที่โทรศัพท์สามารถพาเรากลับไปอดีตที่เราอยากให้ย้อนไปได้ แต่นั่นหมายถึงยิ่งเราอยากกลับไปเท่าไร ยิ่งหมายความถึงสิ่งเหล่านั้นคือสิ่งที่เราเจ็บปวดเพราะปัจจุบันเราไม่มีมันอยู่ในมือ การที่เราสามารถย้อนไปในอดีตแต่กลับมาเจ็บปวดในปัจจุบันคือสิ่งที่เราควรแบบมันไว้กับตัวตลอดเวลาหรือเราจะทิ้งมันไว้ในอดีตเพื่อใช้ชีวิตในปัจจุบัน โดนฉากนี้เราจะฉุดคิดว่าเราจะให้แอนเอาโทรศัพท์นี้ไปกับตัวหรือทิ้งมันไว้ในบ้านหลังนี้
Rotary tells the story of a magical telephone that allows Anne to return to the past. At first, the phone seems like a gift, offering a chance to revisit memories, people, and moments from the past. However, as the story reaches its final point, the film begins to question whether the phone is truly something useful.
The more Anne travels back, the more it reveals her loss and pain in the present. The past becomes beautiful because it is no longer something they should carry onto in real life and be able to see it everyday. Through Ann’s journey, the film explores the emotional cost of returning to memories that can never fully come back.
In the final scene, Ann must decide whether to take the phone with her or leave it behind in the house that she will never be able to go back. Her choice becomes the heart of the film’s message: should we keep carrying the past with us, even when it hurts, or should we leave it behind in order to continue living in the present?