Why Now?

Why Bangkok

My Own Story

เส้นทางของผมกับการทำหนังเริ่มต้นขึ้นตอนที่ผมศึกษาอยู่ที่สหรัฐอเมริกา ในระดับปริญญาโท ทุกๆสัปดาห์ทางอาจารย์จะสอนเรื่องเทคนิกในการถ่ายทำภาพยนตร์ เช่น การกำกับ, การใช้กล้องและอุปกรณ์ และการตัดต่อ

ทุกๆสัปดาห์ผมกับเพื่อนอีกสามคนจะถูกแยกเป็นกลุ่มให้ถ่ายงานที่แต่ละคนเขียนและกำกับเพื่อส่งครูตามเนื้อหาประจำสัปดาห์ ซึ่งแต่ละคนมาจากประเทศต่างๆทั่วโลก แต่ละคนมีมุมมองที่ต่างกันทำให้เรียนรู้เทคนิกเพื่อสร้างผลงานที่เป็น signature ของตนเอง โดยTeam workคือจุดสำคัญของแต่ละคน

ในยุคปี 2010 ทีมหนึ่งควรประกอบด้วย 4 คนในทีม โดยคนหนึ่งถือกล้อง อีกคนดูแลเสียง มีคนหนึ่งกำกับ แล้วอีกคนดูแลอุปกรณ์(PA) มีนักแสดงแค่ 2 คน เท่านี้ก็ ผมก็สามารถทำหนังสั้นส่งประกวดหรือส่งงานอาจารย์ตอนเรียนปริญญาโทที่อเมริกา ถ้ามีคนเยอะก็ดี เวลาจัดไฟหรือดูแลอุปกรณ์ที่ใช้ในงานก็ดูแลได้สะดวก

"หากคุณเดินทางมาถึงจุดที่อยากทำภาพยนตร์สักเรื่อง แสดงว่าคุณต้องมี story ในใจที่ต้องการแสดงออกมาให้คนเห็น"

หนังสั้น หรือ ภาพยนตร์

สมัยก่อนตอนผมเป็นเด็ก ผมเคยคิดอยู่เสมอว่าเวลาเขียนเรื่องอะไรออกมา เขาควรเขียนให้เป็นเรื่องยาวๆ เช่น เขียนให้เป็นหนังสือ หรือทำเรื่องให้เป็นหนังภาพยนตร์ในโรงที่มีความยากอย่างน้อย 90 นาที แต่พอเวลาเรียนจริงๆ ครูในมหาลัยที่สอนก็จะบอกว่า ผู้เขียนบางคนเขียนให้เป็นเรื่องสั้นไม่จำเป็นต้องดึงเนื้อเรื่องยาวๆ

การทำภาพยนตร์ก็เหมือนกัน บางคนเป็นนักเขียน แต่ไม่รู้ว่าเวลาทำภาพยนตร์นั้นวุ่นวายมาก ไหนจะนัดนักแสดง ซึ่งพอเราเรียนจบสาขานี้ แต่เราไม่ชอบทำงานกับคนหมู่มาก หรือใช้เวลาในการทำงานนานๆกับโปรเจคหนึ่ง แต่ละโปรเจคกว่าจะเสร็จออกมา ในงานโปรเจคสุดท้าย Recycle Soul (2016) เราจำได้ว่านักแสดงหลักคนหนึ่งได้เลิกกับแฟน และไม่ได้กินหรือนอนเป็นเวลาสองวัน เนื่องจากเป็นหนังสั้นและได้กำหนดวันถ่ายไว้เป็นระยะเวลาสั้นๆไม่กี่วัน การเลิกกองเพราะอุบัติเหตุหมายความว่าเงินที่จ่ายไปกับการจองสถานที่ไม่สามารถขอคืนได้ จริงๆเราควรส่งนักแสดงคนนั้นเข้าโรงพยาบาล แต่สุดท้ายคนในกองต้องปลอบและให้เล่นต่อจนจบ งานออกมาเลยดูไม่สมบูรณ์

ผลงานเก่าในฐานะ Filmmaker ของข้าพเจ้า

Meeting 48 Hour Alumni at UCLA

ระหว่างที่ผมกำลังเรียนที่ UCLA และกำลังมองหาแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ในการทำภาพยนตร์ ผมได้เจอเพื่อนร่วมคลาสคนหนึ่งชื่อ Chuwei เขาเล่าให้ฟังว่าเขาได้รับทุนให้มาเรียนที่ UCLA หลังจากผลงานของเขาได้รับรางวัลจากงาน 48 Hour Film Project Beijing ในปี 2011 Chuwei เรียนกับผมสองวิชา และกลายเป็นหนึ่งในคนที่ให้แรงบันดาลใจกับผมในช่วงที่ผมกำลังเขียนบทและวางแผนทำภาพยนตร์เรื่อง Recycle Soul ในปี 2016

ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับที่กระแสหนังสั้นและเว็บซีรีส์บน YouTube ในอเมริกากำลังเริ่มเติบโตมากขึ้น เรื่องราวของเขาทำให้ผมเห็นว่า หนังสั้นไม่ได้เป็นเพียงงานทดลองหรือกิจกรรมเล็ก ๆ สำหรับคนทำหนังเท่านั้น แต่มันสามารถกลายเป็นผลงานที่เปิดประตูไปสู่โอกาสใหม่ ๆ ทั้งในด้านการเรียน การทำงาน และเส้นทางชีวิตของคนทำหนังได้จริง

"ผมชอบภาพยนตร์มาก และหลังจากได้รับรางวัลจาก 48 HFP ที่ Beijing ผมได้รับโอกาสมในวงการที่ประเทศจีน"

Meeting at 48 Hour Film Project Los Angeles 2016

หลังจากที่ผมเรียนจบจาก New York Film Academy มาได้ประมาณ 6 ปี ผมได้รับคำชวนจาก Danae เพื่อนร่วมรุ่นของผมที่ตอนนั้นทำงานอยู่ที่ลอสแอนเจลิส ช่วงเวลานั้นหลายอย่างในชีวิตของพวกเราเปลี่ยนไปมาก เพื่อนบางคนเริ่มเปลี่ยนเส้นทางอาชีพ บางคนค่อย ๆ เดินออกจากโลกของการทำหนังไปสู่ชีวิตอีกแบบหนึ่ง

แต่ Danae กลับเลือกที่จะเข้าร่วม 48 Hour Film Project เธอบอกผมว่า บางครั้งเราก็ต้องพาตัวเองเข้าไปอยู่ในความท้าทายใหม่ ๆ เพื่อปลุกพลัง สร้างแรงผลักดัน และเปิดประตูให้กับเส้นทางอาชีพบทใหม่ของเรา คำพูดนั้นติดอยู่ในใจผม เพราะมันทำให้ผมเห็นว่า 48 ชั่วโมงอาจดูเหมือนเวลาที่สั้นมาก แต่สำหรับคนทำหนัง มันอาจเป็นจุดเริ่มต้นของอะไรบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น

advanced divider

หลังจากกลับมาจากสหรัฐอเมริกา 2017- Now

New Road Edutainment (2022- Now)

หลังจากใช้ชีวิตและเรียนอยู่ที่สหรัฐอเมริกาหลายปี ผมกลับมาประเทศไทยในปี 2017 พร้อมใบรับรองด้าน College Counseling จาก UCLA Extension และเริ่มทำงานในฐานะผู้ค้นหาและแนะนำคนรุ่นใหม่ให้กับสถาบันในสหรัฐอเมริกา เช่น UCLA Extension, AMDA และ New York Film Academy งานของผมคือการช่วยให้นักเรียนไทยที่มีความฝันด้านศิลปะ การแสดง ภาพยนตร์ และความคิดสร้างสรรค์ ได้เข้าใจเส้นทางการเรียนต่อในอเมริกา และเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับโอกาสเหล่านั้น

ช่วงที่ผมกลับมาเมืองไทย เป็นช่วงที่ YouTuber, Instagrammer และคอนเทนต์ครีเอเตอร์เริ่มมีบทบาทมากขึ้น แบรนด์ต่างๆ เริ่มทำงานกับคนรุ่นใหม่ที่มีตัวตนและมีผู้ติดตาม ผมจึงค่อยๆ เปลี่ยนจากการทำงานในกองถ่าย มาสู่การทำงานกับนักแสดง ศิลปิน และคนที่มีความสามารถมากขึ้น ประสบการณ์จากสายภาพยนตร์และสิ่งที่ผมเรียนรู้จาก UCLA ทำให้ผมมองเห็นว่า การทำงานในวงการนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่หน้ากองถ่าย แต่ยังรวมถึงการช่วยให้คนที่มีศักยภาพได้เจอพื้นที่ที่เหมาะสมกับตัวเอง

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเริ่มเข้าสู่ยุคของคอนเทนต์สั้น วิดีโอแนวตั้ง และเรื่องเล่าบนโซเชียลมีเดียมากขึ้น ลองสังเกตคนในบ้านของคุณดู ละครสั้น เช่น ละครคุณธรรมมีให้เห็นอยู่มากมาย แม้แต่พ่อแม่ของผมก็ใช้เวลาส่วนใหญ่ดูละสั้นเหล่านี้บนมือถือ ผมเห็นคนไทยจำนวนมากมีไอเดีย มีมุมมอง และมีเรื่องที่อยากเล่า โดยใช้หลักการทำละครสั้นเหมือนสมัยที่ผมทำและส่งประกวดตอนอยู่ที่สหรัฐอเมริกา เพียงแต่ยังขาดเวทีที่ท้าทายให้พวกเขาก้าวจากการทำคอนเทนต์ ไปสู่การสร้างหนังสั้นอย่างจริงจัง นี่จึงเป็นเหตุผลที่ผมเชื่อว่านี่คือเวลาที่เหมาะสมในการนำ 48 Hour Film Project มาสู่กรุงเทพฯ เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนทำงานสร้างสรรค์ได้รวมทีม ลงมือทำหนังภายใต้กติกาเดียวกับที่ใช้ต่างประเทศ และเล่าเรื่องแบบไทยในมาตรฐานของการแข่งขันระดับนานาชาติ

Our Clients So Far from Our Casting Service

Need Help? Chat with us
M
Mickey
Typically replies within a day
I usually respond around 4pm of each day. สวัสดีครับผมปกติจะตอบกลับประมาณหลังบ่าย3 เป็นต้นไป